logo-wwt
วันเสาร์, 01 พฤษภาคม 2553 00:00

ยาเคมีบำบัด

การรักษามะเร็งด้วย ยาเคมีบำบัด เป็นวิธีการรักษามะเร็งที่ได้ผลดีที่สุดอย่างหนึ่ง แพทย์จะแนะนำให้ยาเคมีบำบัดหลายชนิดพร้อมกันหรือตามลำดับที่เหมาะสม เรียกกันว่า สูตรยาเคมีบำบัด (Chemotherapy protocol) การจะใช้สูตรยาใดนั้นแล้วแต่ชนิดของมะเร็ง แพทย์มักจะแนะนำให้ยาเคมีบำบัดตามสูตรที่ได้ผ่านการวิจัยมาแล้วว่า ดีที่สุดสำหรับมะเร็งนั้น เพราะทำให้เด็กมีโอกาสหายขาดสูงที่สุดเมื่อเทียบกว่ายาสูตรอื่น ๆ ที่เรารู้จักกัน และมีผลข้างเคียงที่ยอมรับได้

ยาเคมีบำบัดแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการทำลายเซลล์มะเร็งที่ไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปออกฤทธิ์โดยการทำลายเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว เนื่องจากเซลล์มะเร็งมักแบ่งตัวเร็วกว่าเซลล์อื่น ๆ ในร่างกาย เซลล์มะเร็งจึงตายมากกว่าเซลล์ปกติ ดังนั้นการให้ยาเคมีบำบัดซ้ำๆ กันตามสูตรอย่างเหมาะสม (ดูตาราง) ก็อาจจะกำจัดเซลล์มะเร็งจนหมดสิ้นไปได้

เซลล์ปกติในร่างกายก็มีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงได้รับผลกระทบจากยาเคมีบำบัด เซลล์ที่แบ่งตัวเร็วได้แก่ เซลล์รากผม เซลล์เม็ดเลือดชนิดต่าง ๆ เซลล์เยื่อบุช่องปาก  ดังนั้นระหว่างให้ยาเคมีบำบัดหลายชนิด จะเกิดอาการผมร่วม เม็ดเลือดแดงต่ำทำให้โลหิตจาง  เกล็ดเลือดต่ำทำให้เลือดออกง่ายหยุดยาก  เม็ดเลือดขาวต่ำทำให้มีไข้ติดเชื้อได้ง่าย  ดังนั้นเมื่อให้เคมีบำบัดต่อกัน 3-7 วันแล้ว แพทย์จะให้หยุดยาเพื่อรอให้เม็ดเลือดขาวต่ำลงชั่วคราวแล้วกลับขึ้นมาใหม่ก่อนจึงจะพร้อมที่จะให้ยารอบต่อไป

อาการคลื่นใส้ อาเจียนระหว่างให้ยาเคมีบำบัด เป็นคุณสมบัติของยาเคมีบำบัดหลายชนิด ในปัจจุบันมียาแก้อาเจียนที่ได้ผลดีมาก สามารถป้องกันภาวะคลื่นไส้ อาเจียนได้ ผู้ป่วยในปัจจุบันจึงไม่ค่อยทรมานจากอาการนี้แล้ว แต่เด็กอาจเบื่ออาหารเป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์หลังได้รับยา

นอกจากผลข้างเคียงที่พบบ่อยดังกล่าวแล้ว ยาเคมีบำบัดบางชนิดจะมีผลข้างเคียงที่จำเพาะ (ดูตาราง) คือผลข้างเคียงจะพบเฉพาะในยาเคมีบำบัดเพียงบางอย่าง แต่ไม่พบในยาเคมีบำบัดชนิดอื่น  ด้วยเหตุนี้เราจึงให้ยาเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกัน เพื่อให้ใช้แต่ละอย่างในปริมาณที่จะไม่เกิดผลข้างเคียง หรือถ้าเกิดก็น้อยที่สุด

นอกจากผลข้างเคียงที่กล่าวมาแล้ว ยังมีผลเสียบางอย่างที่เกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง ผลเสียบางอย่างก็รุนแรงถึงแก่ชีวิต ผลเสียลักษณะนี้จะเกิดกับใครก็ไม่อาจเดาได้ ผู้ป่วยและผู้ปกครองจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

การให้ยาเคมีบำบัดมีทั้งการ ‘ฉีดเข้าเส้น’ คือฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ หรือ ‘I.V.’ การฉีดเข้ากล้าม คือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ‘I.M.’ หรือฉีดใต้ผิวหนัง ‘Subcutaneous’ หรือให้กินตามเวลาที่ระบุ ในกรณีที่การฉีดยาเข้าเส้นต้องทำทุก 1-3 สัปดาห์ และเด็กมีปัญหาหาเส้นเลือดได้ยาก แพทย์อาจแนะนำให้ใส่อุปกรณ์ที่เรียกว่า ‘port’ ไว้ในตัว อุปกรณ์นี้จะต่อเข้ากับเส้นเลือดดำใหญ่ภายในร่างกายและอยู่ใต้ผิวหนัง สามารถให้ยาเข้าเส้นได้โดยใช้เข็มพิเศษฉีดยาเข้าพอร์ทโดยตรง เด็กไม่ต้องเจ็บตัว

การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด จึงเป็นการรักษาที่ได้ผลเสมือนหลักการ ‘หนามยอก เอาหนามบ่ง’ เหมือนการต่อสู้เอาชนะมะเร็งด้วยกำลัง ย่อมมีผลเสียคือผลข้างเคียงดังกล่าวมาแล้ว แต่หากแพทย์พิจารณาแล้วเห็นว่าผลดีคือโอกาสหายขาด มากกว่าผลเสีย แพทย์จะแนะนำให้ยาเคมีบำบัดนั้น ผู้ป่วยและผู้ปกครองมีสิทธิที่จะขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับยาที่ให้ และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นให้มากพอที่จะตัดสินใจได้ว่า ท่านพร้อมที่รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดและความเสี่ยงเหล่านั้น

ตารางที่ 1 ยาเคมีบำบัดที่ใช้บ่อยในเด็ก และผลข้างเคียงที่สำคัญ

ชื่อยาเคมีบำบัด และลักษณะโดยทั่วไป ผลข้างเคียงที่พบบ่อย หรือสำคัญ
Vincristine ยาฉีดเข้าเส้น ปวดขา ปวดกล้ามเนื้อ ท้องผูก กล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราว อาจมีแผลบริเวณที่ฉีดได้ถ้ามีการรั่วซึมออกนอกเส้นเลือด
Prednisolone ยาเม็ดชนิดรับประทานสีชมพู
Dexamethasone ยาเม็ดสีขาวรูป 5 เหลี่ยม หรือแคปซูล
น้ำหนักขึ้น หิวบ่อย กินเก่ง อารมณ์แปรปรวน สิวขึ้น ผิวหนังแตกเป็นลาย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รู้สึกอ่อนเพลีย อาจทำให้เป็นเบาหวานชั่วคราว กระดูกบางลง
Doxorubicin , Idarubicin
ยาฉีดเข้าเส้นสีส้มแดง
คลื่นไส้อาเจียน เม็ดเลือดต่ำชั่วคราว แผลในปากชั่วคราว อาจมีแผลบริเวณที่ฉีดได้ถ้ามีการรั่วซึมออกนอกเส้นเลือด อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้น้อยลง เมื่อได้รับยานี้สะสมถึงระดับหนึ่ง
L-asparaginase ยาฉีดเข้ากล้ามสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ปวดบริเวณที่ฉีด อาจเกิดอาการปวดท้องจากตับอ่อนอักเสบ อาจทำให้เกิดเบาหวานชั่วคราว อาจทำให้เกิดเลือดออกหรือเลือดคั่งในสมองได้
Cyclophosphamide
ยาฉีดเข้าเส้น หรือรับประทาน
คลื่นไส้อาเจียน เม็ดเลือดต่ำชั่วคราว อาจเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ทำให้มีเลือดออกในปัสสาวะได้ ป้องกันโดยทานน้ำมาก ๆ
Ara-C, Cytarabine คลื่นไส้อาเจียน เม็ดเลือดต่ำชั่วคราว ในขนาดสูงอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เม็ดเลือดต่ำชั่วคราว อาจมีปวดท้อง ท้องเสีย แสบตาชั่วคราว อาจมีไข้ระหว่างที่ได้รับยา
Methotrexate ยาฉีดใน 24 ชั่วโมง หรือ ยาเม็ดสีเหลืองทานหลายเม็ดสัปดาห์ละครั้ง หากฉีดหรือกินสัปดาห์ละครั้งไม่ค่อยมีผลข้างเคียงมากนัก ในขนาดสูงอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน แผลในปาก ตับอักเสบชั่วคราว หากฉีดในปริมาณมากจะได้รับแก้พิษชื่อ leucovorin ตามหลังจากเริ่มให้ยานี้ประมาณ 1-2 วัน
6-MP ยาเม็ดสีเหลืองทานก่อนนอน ไม่ค่อยมีผลข้างเคียง เว้นแต่อาจทำให้เม็ดเลือดขาวต่ำในบางคน หรือชั่วคราวเมื่อเป็นหวัด หรือติดเชื้อไวรัส
Cis-platinum, Carboplatin
ยาฉีดเข้าเส้น
คลื่นไส้อาเจียนมาก เม็ดเลือดต่ำชั่วคราว  มีผลต่อเซลล์รับเสียงของหู และเซลล์ท่อไต เมื่อได้รับยานี้หลายครั้ง การได้ยินเสียงสูง ๆ จะลดลงแต่ไม่ถึงหูหนวก การปรับสมดุลแร่ธาตุของไตอาจเสียหน้าไปบ้าง ชั่วคราว อาจต้องได้รับแร่ธาตุบางอย่างเสริม เช่นแมกนีเซียมถ้าตรวจพบว่าขาดแมกนีเซียม เป็นต้น
Actinomycin D
ยาฉีดเข้าเส้น
คลื่นไส้อาเจียนมาก แผลในปาก เม็ดเลือดต่ำชั่วคราว
Etoposide
ยาฉีดเข้าเส้นในเวลา 1-2 ชั่วโมง
คลื่นไส้อาเจียน แผลในปาก เม็ดเลือดต่ำชั่วคราว มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวในภายหลัง
Bleomycin
ยาฉีดเข้าเส้น
เม็ดเลือดต่ำชั่วคราว ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการเหนื่อยง่ายขึ้น เนื่องจากมีอาการอักเสบในปอด เมื่อได้รับยานี้สะสมถึงระดับหนึ่ง
Vinblastine เม็ดเลือดต่ำชั่วคราว อาจมีแผลบริเวณที่ฉีดได้ถ้ามีการรั่วซึมออกนอกเส้นเลือด
Mitoxanthrone ยาฉีดสีฟ้า

เม็ดเลือดต่ำชั่วคราว เกล็ดเลือดต่ำชั่วคราว (3-5 สัปดาห์) แผลในปาก

โดย รองศาสตราจารย์นายแพทย์อิศรางค์ นุชประยูร

Read 14091 times
รองศาสตราจารย์นายแพทย์อิศรางค์ นุชประยูร

เวลาจะมากหรือน้อยนั้นไม่สำคัญเท่ากับการที่เด็กได้ใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์ ทุกๆวัน หากเด็กได้ทำความฝันให้เป็นจริงได้แล้ว เวลาที่เหลืออยู่ย่อมเป็นชีวิตที่มีคุณค่า

Email This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
April 2014
S M T W T F S
30 31 1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 1 2 3
Download คู่มือสำหรับพ่อแม่ ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง
fbRSS